ขอโทษตัวเอง

Anontawong's Musings

20170520_saysorry

[ถาม]: คุณอยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งแต่อำยุเพียง 13 ปี จนถึงตอนนี้ก็อายุ 27 ปีแล้ว มีความเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตที่น่าพูดถึงบ้าง

[ตอบ]: ปูคิดว่าตัวเองเดินทางมาไกลมากเลยนะ และไม่มีปีไหนที่เหนื่อยน้อยลงกว่าปีก่อนหน้าเลย ตั้งแต่เด็กๆ ที่เราทำงานมาโดยตลอด เหมือนขาดชีวิตวัยเด็กไปโดยไม่ได้เที่ยวเล่นเหมือนกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้จักปู ไม่ได้ติดตามข่าวคราวในชีวิตของปูมาตลอด อาจจะตกใจนิดหน่อยคิดว่าปูเปลี่ยนแปลงไป เติบโตขึ้นแบบปุบปับ แต่จริงๆ แล้วปูรู้สึกเป็นผู้ใหญ่แบบนี้มานานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมามักจะมีแต่คนมาสัมภาษณ์เรื่องส่วนตัวหรือความรัก (หัวเราะ) แต่ไม่ค่อยมีคนมาสัมภาษณ์เรื่องราวจริงจัง ว่าปูมีความคิดยังไง หรือมีตัวตนจริงๆ เป็นอย่างไร สมัยแรกๆ ที่เข้าวงการมา ปูก็มักจะมีความรู้สึกต่อต้านและก็มีข่าวออกไปให้ได้ยินกันบ่อยๆ ว่าปูดื้อ แต่สิ่งที่คนไม่รู้เกี่ยวกับปูเลย ก็คือปูมีความเศร้าอยู่ในใจลึกๆ เพราะต้องแบกความรับผิดชอบสูงมากตั้งแต่เด็ก และปูรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่ได้ง่ายเลยนะ ชีวิตการเป็นดาราก็ไม่ได้ง่ายเหมือนที่ทุกคนมองว่ามันง่ายด้วย ช่วงที่ไปเรียนต่อเป็นช่วงที่มีข่าวไม่ดีค่อนข้างเยอะซึ่งปูก็เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งอยากจะต่อต้านสังคม ต่อต้านสายตาคนอื่นๆ ที่มองมา ปูคิดว่าไหนๆ คนก็ชอบวิจารณ์เราอยู่แล้วงั้นเราก็เอาให้เต็มที่เลย วันนี้พอมองกลับไป คนที่ปูควรจะขอโทษมากที่สุดคือตัวเองและครอบครัว มาถึงตอนนี้ปูนึกขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากๆ เลยนะ เพราะปูคงจะไม่ได้เป็นคนอย่างที่เป็นในตอนนี้ ถ้าไม่ได้รับโอกาสให้ทำงานในวงการตั้งแต่อายุ 13 ปีไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้มีความเข้าใจชีวิต ไม่ได้เข้าใจโลก หรือไม่ได้คิดจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ถ้าปูไม่ได้รู้สึกเศร้ามาตั้งแต่เด็กเหมือนที่ท่าน ว. วชิรเมธีเคยพูดว่า ความทุกข์คือสิ่งมหัศจรรย์ คนเราถ้าไม่เคยทุกข์ก็ไม่มีทางเรียนรู้ได้ ความทุกข์ไม่เกิดปัญญาก็ไม่เกิด ปูก็เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้ผ่านจุดนั้นมาด้วยตัวเอง ปูคิดว่าความสุขที่แท้จริงคือการมอบความสุขมอบทางออก มอบชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนอื่น ซึ่งก็เพราะอย่างนี้ปูถึงได้บอกว่าคนไม่ค่อยรู้จักปู ปูเป็นคนที่มีความดาร์กในตัวเองอยู่สูงมาก

– ไปรยา ลุนด์เบิร์ก

a day BULLETIN Issue 468 20 February 2017 
เรื่อง: วรัญญู อินทรกำแหง, กมลวรรณ ส่งสมบูรณ์
ภาพ: ภำสกร ธวัชธำตรี
สไตลิสต์ : Hotcake
เสื้อผ้า: The Only Son


ผมเคยเขียนถึงคุณปู ไปรยามาครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากที่ได้ฟังเธอพูดในงาน TEDx และทำให้ผมเข้าใจว่า ภาพที่ผมเคยรับรู้มาเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ห่างไกลจากตัวตนของเธอไม่น้อย

บทสัมภาษณ์ของเธอใน a day BULLETIN เมื่อต้นปีนี้เธอก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หลังจากที่เธอเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)

นี่คือข้อมูลบางส่วนของปัญหาผู้ลี้ภัยที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

“หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ในปัจจุบันนี้มีผู้ลี้ภัยทั้งหมด ทั่วโลกจำนวนมากถึง 65.3 ล้านคน และในจำนวนทั้งหมดนั้นมี มากถึงร้อยละ 51 ที่เป็นเด็กๆ และในจำนวนเด็กผู้ลี้ภัยนั้น 50% หรือมากกว่า 30 ล้านคนไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะต้องลี้ภัยไป เรื่อยๆ ย้ายถิ่นฐานไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยิ่งมาถึงสถานการณ์ล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขเพิ่มขึ้นเร็วมาก จนกลายเป็นว่าโลกเรามีคนที่ต้องลี้ภัยเพิ่มมากถึง 40,000 คนต่อวันเลยทีเดียว ผู้ลี้ภัยเป็นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน แต่มีกลุ่มคนเหล่านี้อยู่จริงๆ บนโลกใบนี้ คนที่สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างจากสงคราม สิ่งเดียวที่เขาต้องการ อาจจะเพียงแค่ขอความปลอดภัยเท่านั้นเอง สำหรับปู นี่เป็นปัญหาที่เราหันหลังให้ไม่ได้นะ เพราะถ้าเราหันหลังให้เขา ชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรก็ยังนึกไม่ออกเลย อย่างบางคนก็จะบอกว่านั่นไม่ใช่ ปัญหาของประเทศเรา ไม่ไปยุ่งดีกว่า แต่เชื่อไหมว่าปัญหาจะเดินทางมาถึงเราได้ และสักวันถ้ามันเกิดขึ้นกับเราบ้าง เราจะไม่มองอย่างนี้เลย เราเองก็จะต้องขอร้องให้คนมาช่วยเหลือด้วยเหมือนกัน”

และคุณปูก็ตั้งคำถามปรัชญาว่า คนเราจะมีชื่อเสียงไปเพื่ออะไร จะรวยไปเพื่ออะไร จะมีอำนาจไปเพื่ออะไร

“ปูยอมรับนะว่าพอทำงานอาชีพนักแสดง เป็นดารามีชื่อเสียงเราอยากได้อะไรก็ได้ จะดื่มน้ำยี่ห้ออะไรก็มีคนวิ่งไปหามาให้อยากจะได้…

View original post 66 more words

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s